www.tk-advertise.com

ในยุคที่การแข่งขันด้านการตลาดบนโลกออนไลน์นั้นมีสูงมาก การทำเว็บไซต์ให้มีความน่าใจ และมีความน่าเชื่อ เพราะเว็บไซต์ที่ดี เปรียบสเมือนภาพลักษณ์ขององค์กร หรือสินค้าและบริการของท่าน รวมไปถึงการโฆษณาประชาสัมพันธ์รูปแบบต่าง เพื่อให้ผู้ที่สนใจเข้าเว็บไซต์ของท่านให้ได้มากที่สุด

เราคือผู้ให้บริการ "โฆษณาประชาสัมพันธ์" เว็บไซต์เต็มรูปแบบ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "One Stop Service" ที่ท่านสามารถเลือกใช้บริการได้อย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการทำ "SEO" เพื่อให้เว็บไซต์ของท่านมีอันดับที่ดีขึ้น บริการเขียนบทความเพื่อรีวิวสินค้าให้ดูน่าสนใจ และเรายังบริการรับทำเว็บไซต์ด้วยทีมงานมืออาชีพ

On-Page SEO แบบเก่า vs On-Page SEO แบบใหม่



       แน่นอนครับว่าเรื่องของ SEO หรือ Search Engine Optimization นั้นเป็นเรื่องที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ Search Engine มีการเปลี่ยนแปลง การทำ SEO ก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปตามปกติ แต่โดยปกติแล้วเรื่องของ On-Page SEO หรือการปรับแต่งภายในเว็บไซต์ของเราให้ถูกใจ Search Engine นั้น มักจะไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลงสักเท่าไหร่นัก ซึ่งส่วนใหญ่ที่เราเรียนรู้กันจะเป็นเรื่องพื้นฐานดังนี้
On-Page SEO แบบเก่า

    Keyword in Title – มีคีย์เวิร์ดอยู่ในชื่อบทความ
    Keyword in Description – มีคีย์เวิร์ดอยู่ในรายละเอียดเนื้อหาของบทความ
    Keyword in URL - มีคีย์เวิร์ดอยู่ในที่อยู่เว็บไซต์
    Keyword in Heading & Sub-heading (H1, H2, H3) - มีคีย์เวิร์ดอยู่ใน หัวข้อหลักและหัวข้อรอง
    Keyword in image (Alt attribute) - มีคีย์เวิร์ดอยู่ในรูปภาพที่เกี่ยวข้องกับบทความ
    Keyword in text link (Anchor text) - มีคีย์เวิร์ดอยู่ในการทำลิงค์เชื่อมโยง
    Keyword in internal link - ใช้คีย์เวิร์ดลิงค์ไปยังบทความอื่นๆที่เกี่ยวข้องกันภายในเว็บไซต์ตัวเอง
    Keyword in external link - ใช้คีย์เวิร์ดลิงค์ไปยังบทความอื่นๆภายนอกเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง
    Related Keyword & LSI Keyword – มีการใช้คำที่เกี่ยวข้องและใกล้เคียงกับคีย์เวิร์ดหลัก

จากข้อมูลข้างต้นถือว่าแทบจะเป็นพื้นฐานที่คนทำ SEO รู้กันเกือบหมดอยู่แล้ว และแทบจะเรียกได้ว่าเป็นเบสิคที่ทุกเว็บต้องทำเลยก็ว่าได้ เพราะฉะนั้นแล้ว ในเมื่อทุกเว็บทำ On-Page SEO ได้เหมือนกันหมด แล้ว Search Engine จะแยกได้อย่างไรว่า เว็บไซต์ไหนทำได้ดีกว่ากัน? เป็นคำถามที่น่าคิด
On-Page SEO แบบใหม่

    สร้างบทความและเนื้อหาที่ตรงกับความต้องการของผู้ค้นหาบน Google ในหลายๆครั้งเราจะพบว่า เมื่อค้นหาแล้วอันดับเว็บไซต์ที่ Google จัดมาให้นั้น ไม่ตรงกับความต้องการของเราเลย เพราะฉะนั้น ลองค้นหาดูว่า ถ้าเราเป็นผู้ค้นหา เราต้องการข้อมูลอะไร
    ทำ snippet ให้ดีและน่าสนใจ ผมเชื่อว่าหลายๆคนอาจจะไม่คุ้นกับคำว่า snippet (ซึ่งผมเองก็พึ่งเข้าใจได้เมื่อไม่นานมานี้เอง)  snippet เป็นข้อมูลที่ถูกแสดงบนหน้าผลการค้นหาบน Google ซึ่งหน้าที่ของเราก็คือทำให้ snippet ดูดีที่สุดในสายตาของผู้ค้นหา เพราะโอกาสที่ผู้ค้นหาจะคลิกเข้าเว็บไซต์เราก่อนนั้นจะสูงขึ้น

Credit : http://www.imarketingfriends.com/new-on-page-seo-vs-modern-on-page-seo/

เข้าเรื่องว่าทำไมต้องทำ SEO


แต่ มาถึงเรื่องเกี่ยวกับ SEO ตามที่หัวข้อในกล่าวไว้ก็คือ ไม่ว่าคุณจะหาเงินนอนไลน์ด้วยวิธีไหนก็ตาม ก็มักจะต้องการทราฟฟิก หรือจำนวนคนที่เข้ามาเยี่ยมชมอย่างแน่นอน และโดยเฉพาะคนที่เข้ามาจาก Search Engine หรือผู้ให้บริการการค้นหา ซึ่งหลักๆในปัจจุบันก็คือ Google เป็นหลักนั่นเอง และแน่นอนการที่คนจะเข้าเว็บไซต์เรานั้น ก็มักจะเข้าเว็บไซต์ที่มีผลการค้นหาเป็นอันดับต้นๆ บน หน้าแรกของ Google โดยมีอยู่ 2 วิธีที่เว็บไซต์ของเราจะสามารถขึ้นไปบนหน้าแรกของ Google ได้คือ PPC และ SEO

และแน่นอน PPC คือจ่ายเงินค่าโฆษณาให้กับ Google ดังนั้นเงินหมดเมื่อไหร่ก็โบกมือลาหน้าแรกบน Google ได้ทันที และวิธีต่อมาก็คือ SEO ซึ่งเป็นการทำอันดับบนหน้าแรก Google ด้วยวิธีธรรมชาติหรือปกติ โดยเว็บไซต์นั้นๆ จะต้องได้ตามเกณฑ์ที่ Google กำหนดไว้ (ซึ่ง Google ก็ไม่บอกซะด้วย ว่าไอ้เกณฑ์ที่ว่า มีอะไรบ้าง) และอย่างที่รู้ๆกัน ก็คือ Google มีเกณฑ์การจัดอันดับไว้มากกว่า 200 ข้อ แต่โดยแท้แล้ว คนทำ SEO ก็ไม่สามารถมีใครรู้ได้ 100% ว่า ต้องทำอย่างไร เพียงแต่ ลองทำมันทุกแบบ ทุกอย่าง แล้วบันทึกผลเอาเองว่า แบบไหนได้อันดี และ แบบไหนได้อันดับไม่ดี ซึ่ง Google ก็มีลูกเล่นแพรวพราวอีกเช่นกันคือ ชอบเปลี่ยนหลักเกณฑ์ในการจัดอันดับอยู่เรื่อยไป เพื่อดัดหลังไม่ให้นัก SEO จับทางได้เช่นกัน เพราะเว็บไซต์บนโลกออนไลน์มีมากมายเหลือเกิน ใครๆต่างก็ต้องการขึ้นไปเป็น 10 อันดับบนหน้าแรก Google กันทั้งนั้น เพราะ อันดับดี คนก็เข้าเว็บไซต์เยอะ และเมื่อคนเข้าเยอะ แล้ว โอกาสที่จะได้เงินก็เยอะตามมาอีกเช่นกัน

สรุปสั้นๆก็คือ  จะหาเงินออนไลน์ทั้งที ไม่ว่าจะวิธีไหนก็ตาม ก็ต้องทำ SEO แทบทั้งสิ้น เพราะหัวใจสำคัญที่ผมจับจุดเกี่ยวกับการหาเงินออนไลน์ได้ก็คือ ทราฟฟิคหรือปริมาณคนเข้าเว็บไซต์ที่เยอะ ดี และมีคุณภาพ เพราะฉะนั้น จะเอาดีด้านการหาเงินออนไลน์แล้วล่ะก็ เรียนรู้ SEO ไว้ก็ไม่เสียหลายนะครับผม

ที่มา http://www.asuradech.com

SEO นั้นสำคัญไฉน

        

         คำถามนี้น่าจะเป็นคำถามของคนที่ทำเว็บไซต์ทุกคน เพราะเพียงแค่เนื้อหาน่าสนใจ เทมเพลทมีความสวยงาม แค่นี้ก็มีคนเข้าเว็บแล้ว จริงๆแล้วอยากให้มองอีกมุมครับ ทำไมผลิตภัณฑ์แบรนด์สินค้าชั้นนำต่างๆยังต้องทำโฆษณาออกมาอีก ทั้งๆที่แต่ละแบรนด์เป็นที่รู้จักของลูกค้าเป็นอย่างดี นั่นเป็นเพราะว่าการทำโฆษณานั้นมีผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้าเป็นอย่างมาก ฉันท์ใดฉันท์นั้นครับ ถ้าเว็บของคุณไม่ได้รับการประชาสัมพันธ์ กลุ่มเป้าหมายของเว็บที่คุณทำก็จะไม่เข้าเว็บตามที่คุณตั้งไว้นั่นเอง
การทำ SEO นั้นมีหลายวิธี ตั้งแต่การปรับ On Page ให้ตรงกับหลักของ SEO ไล่ตั้งแต่ Title, H1,H2 การใส่ Alt Tag ในรูป ประมาณนี้ ก็จะส่งผลดีต่อ SEO ส่วนวิธีการอื่นก็มีเช่น การทำ Links Wheel, BL การ Submit ก็แล้วแต่วิธีการของแต่ละคน ส่วนวิธีการไหนจะได้ผลก็ขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์และปรับไช้ของคนทำนั่นเอง
       ส่วนจำเป็นมั๊ย บอกได้ตรงนี้เลยว่ามีความจำเป็นอย่างมาก เพราะถ้าเว็บไซต์ของคุณอยู่อันดับหนึ่งล่ะก็ โอกาสที่ลูกค้าจะเข้าเว็บของคุณก็มีมากขึ้น และก็จะทำให้ยอดขายของคุณมากยิ่งขึ้นด้วย เห็นหรือยังว่า SEO มีความจำเป็นอย่างมากสำหรับการทำเว็บไซต์ในปัจจุบัน เพราะฉนั้นถ้าใครสนใจบริการรับทำ SEO ก็ติดต่อได้นะครับ

SEO 2013 Rich Content VS Spamer ใครจะอยู่ใครจะไป

                      
           หากพูดถึงการทำ SEO ในปี 2013 นี้ Google ได้ทำการเปลี่ยนอัลกอร์ใหม่ที่ชื่อว่าบาร็อก เพื่อเอาไว้จัดการกับเว็บขยะ เพื่อที่จะให้ผู้ที่ทำการสืบค้นหาเว็บไซต์ด้วยคำค้นหา หรือคีย์เวิร์ดนั้นได้ประโยชน์จากเว็บไซต์ที่ค้นเจอมากที่สุด
            ลองนึกภาพดู หากคุณต้องการค้นหาคำว่า "ทะเบียนสวย" เพื่อที่จะค้นหาเว็บไซต์ที่ขายป้ายทะเบียนหมายเลขสวย แต่กลับไปเจอเว็บของเทพ SEO ที่มีเนื้อหาอ่านไม่รู้เรื่อง เขียนบทความที่เน้นการแทรกคีย์เวิร์ด ที่มนุษย์ทั่วไปอ่านแล้วไม่สามารถตีความออกมาได้ แต่บอทชอบ ซึ่งผู้ที่ค้นเจบเว็บเหล่านั้นก็จะปิดเว็บที่ค้นเจอทันที และเริ่มหงุดหงิดกับการที่ต้องค้นหาใหม่ คุณค่าของ Google ก็จะลดลงทันที อย่าลืมนะครับว่า Search Engine ไม่ได้มีแค่ Google อย่างเดียว ยังมี Yahoo Bing และที่สำคัญตอนนี้ facebook เว็บโซเชี่ยลเน็ตเวิร์กอันดับหนึ่ง เริ่มมาพัฒนา Graph Seach ที่ถึงแม้จะยังไม่ถูกใจ User เท่าที่ควร แต่ไม่แน่ในอนาคต เราอาจจะเข้าแค่ Facebook อย่างเดียว และสามารถที่จะค้นหาข้อมูลจากเว็บที่เราสนใจได้ในคราวเดียวเลยก็ได้ ใครจะรู้ แต่ที่แน่ๆการันตีได้เลยว่าเว็บไซต์แบบ Rich Content นั้นยังเป็นที่นิยมของ User และเป็นที่รักของ Google อย่างแน่นอน สังเกตุได้จากพฤติกรรมของเซียน SEO หน้าเก่าๆที่ค่อยๆหันไปทำอย่างอื่นแทน และมีเทพ SEO หน้าใหม่ๆเข้ามาในตลาดนี้อย่างมากมาย ไม่เชื่อลองเซิรช์คำว่า "บริการรับทำ SEO" ดูซิ คุณจะเจอกับผู้ให้บริการมากมายเลยทีเดียว

เทคนิคการทำ SEO ให้เว็บคุณแรงติดจรวด

   
 
     เคยลองสังเกตุเว็บไซต์ชื่อดังที่มีคนเข้าเว็บเป็นจำนวนมาก เปรียบเทียบกับเว็บไซต์ของเราดูซิ่ สิ่งที่แตกต่างคืออะไร ไล่มาตั้งแต่ Title ต้องมีคีย์เวิร์ดแทรกไว้อยู่ด้วย อันดับต่อมา Content ที่มีการอัพเดตทุกวัน ตัวอย่างเว็บไซต์โซเชี่ยลเน็ตเวิร์กชื่อดังอย่าง Facebook หากมองในแง่ของ SEO ถือว่าทำได้ดีมาก เพราะตัวเว็บมี Unique Content อัพเดตทุกวัน จากการที่ User อัพเดตสเตตัสในแต่ละครั้ง
      นอกจากเนื้อหาที่มีการอัพเดตทุกวันแล้ว สื่อต่างๆก็เป็นตัวช่วยในเรื่องของ SEO ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย เช่น รูปภาพ และ VDO ซึ่งในแต่ละครั้งที่มีการอัพเดต Bot จะเข้ามาเก็บข้อมูลจากสื่อเหล่านี้ด้วยทุกครั้ง ลองใช้กูเกิ้ลค้นหาคีย์เวิร์ดซักคีย์ดูซิ่ จะพบว่าจะต้องมี Facebook ติดเข้ามาด้วยตลอด ดังนั้นถ้าคุณอยากให้เว็บคุณติดหน้าหนึ่ง คุณก็ต้องมีการอัพเดตตลอดเวลา มีการใส่สื่อต่างๆเช่นรูป หรือ VDO แล้วลองวัดผลที่ได้ดูซิ่ครับ รับรองว่าผลที่ได้มันจะทำให้คุณประหลาดใจเลยทีเดียว
       มีคนเคยบอกไว้ว่า การ Submit และการ Ping สำคัญ แต่เท่าที่ลองอัพเดตข้อมูลอย่างต่อเนื่อง แล้ววัดผลดู ผลที่ได้ออกมาดีมากๆเลยทีเดียว ดังนั้นแทบไม่มีความจำเป็นที่จะต้อง Submit เลย แต่ถ้ามีเวลาจะทำก็ไม่มีใครว่านะครับ

บทความดีมีผลต่อ SEO

  

     จั่วหัวมาคิดว่าหลายท่านคงจะสนใจ และอยากรู้ว่าแค่บทความนี่นะ จะมีผลต่อการทำอันดับหรือที่เรียกกันว่าการทำ SEO เชียวหรือ แน่นอนครับ เพราะ Search Engine นั้นชอบบทความที่สดใหม่ ที่ถ้าบทความนั้นมีคุณภาพ ไม่ซ้ำใคร และมีประโยชน์จากผู้อ่าน (จะวัดจากระยะเวลาที่ผู้เข้าชมเว็บอยู่ในเว็บนานแค่ไหน) ซึ่งถ้าในเว็บของคุณมีบทความเหล่านี้อยู่ในเว็บล่ะก็ รับรองว่าเว็บคุณจะติดอันดับได้อย่างไม่ยากเลยทีเดียว

     แหล่งข้อมูลของการเขียนบทความคุณภาพเหล่านี้ สามารถหาได้จากหนังสือ หรือเว็บไซต์ต่างๆที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกับเว็บของคุณ แต่ห้ามก็อปปี้นะครับ เพราะจะกลายเป็ร Duplicate Content ทันที และจะโดน Search Engine ลงโทษทันที 

     ในกรณีที่ทำเว็บแล้วไม่มีเวลาอัพเดต ผมแนะนำให้ใช้บริการ "จ้างเขียนบทความ" ซึ่งเรามีให้บริการด้วยบทความที่มีคุณภาพ เขียนใหม่ ไม่ซ้ำใคร และเนื้อหาตรงกับเว็บไซต์ของคุณมากที่สุด ด้วยราคาพิเศษ ลองคิดดูหากท่านทำเว็บไซต์ขายสินค้า ท่านลงทุนไม่กี่ร้อยบาทในการจ้างเขียนบทความ แต่ท่านได้ยอดขายมากขึ้น จากการที่เว็บไซต์ของท่านมีอันดับที่ดีขึ้น ถือได้ว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากที่สุดเลยนะครับ สนใจคลิกได้ลิงค์นี้เลยครับ >>> "รับเขียนบทความ"

VDO Presentation สื่อที่ไม่ควรมองข้าม

         

         หากจะพูดถึงสื่อที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคมากที่สุด คงหนีไม่พ้่นสื่อที่เกี่ยวกับภาพและเสียงอย่างแน่นอน จะสังเกตุได้ว่าในปัจจุบัน เว็บไซต์ส่วนใหญ่จะใช้การโปรโมทสินค้าและการบริการของตนเองผ่าน VDO Clip และนำขึ้นไปแชร์ผ่าน Social Network และเว็บไซต์ชื่อดังอย่าง Youtube เพราะสื่อเหล่านี้มีผลต่อลูกค้านั่นเอง
          และถ้าท่านต้องการทำ VDO Clip สำหรับพรีเซ็นต์สินค้าของตนเองเพื่อให้เหนือและแตกต่างจากคู่แข่ง ก็มีผู้ให้บริการรับทำ VDO Presentation มากมาย ราคาก็ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของงาน แต่ต้องเลือกผู้ให้บริการที่มีคุณภาพหน่อย ไม่ควรเน้นที่ราคาถูก แต่งานออกมาไม่ดี แทนที่ยอดขายจะเพิ่มขึ้น กลับกลายเป็นภาพลักษณ์ของสินค้า และภาพลักษณ์ของเว็บไซต์เสียหายไปด้วย

เว็บดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

    
      สำหรับผู้ที่อยากมีเว็บไซต์เป็นของตนเองซักหนึ่งเว็บ แต่ไม่์รู้จะเริ่มอย่างไร ความรู้ด้าน HTML ก็ไม่มี จะทำผ่านโปรแกรมสำเร็จรูปก็ไม่ค่อยถนัด ในปัจจุบันมีเว็บไซต์สำเร็จรูปให้บริการสำหรับลูกค้าที่ต้องการทำเว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็นการทำเพื่อขายของ เว็บองค์กร หรือเว็บส่วนตัวที่ไม่ได้หวังผลกำไร ก็สามารถใช้บริการจากผู้ที่ให้บริการรับทำเว็บทั่วไปได้
        หน้าตาของเว็บไซต์ก็มีส่วนสำคัญในการตัดสินใจของลูกค้า หน้าตาของเว็บไซต์ก็เปรียบเสมือนร้านค้าของเรา ถ้าร้านไม่สวย สกปรก ไม่น่าเข้า ลูกค้าก็ไม่มีทางซื้ออย่างแน่นอน ดังนั้นหากเราต้องการทำเว็บไซต์สักเว็บ ควรใช้บริการจากผู้ที่มีความรู้ความสามารถทำให้ รับรองว่ายอดขายของคุณต้องพุ่งกระฉูดอย่างแน่นอน

ทำเว็บแล้วไม่มีคนเข้า...ทำไงดี


           นี่เป็นคำถามยอดฮิตที่สุดของคนทำเว็บ ไม่ว่าจะเป็นฟรีบล๊อก หรือเป็นเว็บที่จดโดเมนและเช่าโฮส ในเมื่อทำเว็บแล้วไม่มีคนเข้าแล้วรายได้จะมาจากใหนล่ะทีนี้ บางคนหวังรายได้จาก Adsense บางคนก็หวังรายได้จาก Affiliate ทั้งหลายแหล่ หรือทำเว็บขายของ แต่ Traffic ไม่ดี ไม่มีคนเข้าเราควรจะทำอย่างไรดี 
  • ขั้นตอนแรกเราควรวิเคราะห์เว็บเราก่อนว่าทำถูกต้องตามหลัก SEO หรือไม่ เช่นการปรับ Onpage เพื่อเรียกให้บอทเข้ามาเก็บข้อมูล 
  • วิเคราะห์เว็บคู่แข่งที่ใช้ "คีย์เวิร์ด" เดียวกับเรา ศึกษาเรื่องการทำ SEO ของคู่แข่ง
  • หา Back Link คุณภาพ ไม่เน้นปริมาณ และเน้น Back Link ที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกับเว็บเรา ง่ายๆก็เซิร์ชหาจาก google แล้วเข้าไปคอมเมนท์ตามไซต์ต่างๆนั่นเอง
  • เนื้อหามีการอัพเดตให้ใหม่สดตลอดเวลา ไม่มีการ Duplicate Content
ซึ่งในปัจจุบันมีบริการรับทำเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นบริการ SEO ซึ่งราคาตั้งแต่ 5000 - 15,000 บาทขึ้นไป แล้วแต่ความยากง่ายของคีย์เวิร์ด หรือที่คนนิยททำมากที่สุด และมีค่าใช้จ่ายที่น้อยที่สุดเมื่อเทียบกับการลงทุน นั่นก็คือการ "จ้างเขียนบทความ" เพื่อใช้สำหรับอัพเดตข้อมูล เพื่อให้เว็บมีข้อมูลที่สดใหม่ตลอดเวลา ซึ่งสามารถค้นหาบริการได้จาก Internet ทั่วไป ส่วนราคาค่าบริการนั้นก็ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของคีย์เวิร์ดและจำนวนคำที่ลูกค้าต้องการนั่นเอง

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More

 
Design by Free WordPress Themes | Bloggerized by Lasantha - Premium Blogger Themes | Top WordPress Themes